เว็บประกาศขายสินค้าแนว เว็บบอร์ด เข้าไปใช้บริการฟรี มีสินค้าอะไร อยากโปรโมท อยากขายสินค้า แบบฟรีๆ

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

Signature Coffee กาแฟติดล้อ รสชาติเข้มข้น

วันนี้น้าอ้วนขอเริ่มรีวิวแบบ Mini Review [MR] เป็นรีวิวแรกนะครับ เพราะร้านที่น้าอ้วนจะมาแนะนำในวันนี้ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ครับ เจ้าของร้านเขาดัดแปลงเอารถตู้คันหนึ่งมาเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ เลยทำให้น้าอ้วนไม่รู้จะรีวิวในรูปแบบปกติยังไง เพราะในหมวดสถานที่ น้าอ้วนคงไม่มีข้อมูลและรูปภาพพอที่จะรีวิว ก็เลยขอเปิดตัวเป็น Mini Review ซึ่งจะเป็นรีวิวสำหรับร้านที่ไม่มีสถานที่ให้นั่งทาน หรือ Take Home เป็นหลักนะครับ


สำหรับร้านวันนี้ที่น้าอ้วนจะแนะนำ ชื่อร้าน Signature Coffee เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ครับ ดัดแปลงเอารถตู้คันหนึ่งมาทำเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ ซึ่งร้านนี้จะประจำเปิดร้านอยู่ที่หน้า

ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาถนนช้างคลานครับ

ย้ายแล้วครับ ตอนนี้มาอยู่บริเวณข้างธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนช้างคลาน เวลาทำการ 09:00 – 14:30 น. นะครับ ถึงแม้จะเป็นร้านรถตู้เล็กๆ แต่ข้างในอุปกรณ์การชงกาแฟเพียบพร้อมครับ เครื่องชงกาแฟเครื่องใหญ่เชียว เอาไว้ทำกาแฟแข่งกับร้านใหญ่ๆ ได้สบายเลย


ในส่วนราคากาแฟที่นี่ก็ถือว่าไม่แพงครับ 30-40 บาท มีหลายเมนูให้เลือกอีกต่างหาก หากจะพูดถึงบรรยากาศร้านนี้จะเน้นการ Take Home ครับ จะไม่มีโต๊ะเก้าอี้ (แบบเป็นทางการ) ให้นั่งนะครับ (แต่เท่าที่ได้คุยกับเจ้าของร้าน เห็นว่าสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เขาจะย้ายไปอยู่เป็นหลักแหล่งแล้ว อยู่ข้างๆ ธนาคารกรุงศรี ช้างคลานนี่เอง)


วันนี้น้าอ้วนขอสั่งเป็น Iced Mocca ครับ รสชาติของช็อคโกแลตที่นี่เข้มข้นดีครับ หวานๆ ขมๆ แล้วก็ฟองนมที่นี่อร่อย (ถ้าพูดตามคอมเซ็ปของเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ต้องพูดว่าฟองนมมีเท็กซ์เจอร์ มีเนื้อสัมผัสเป็นอย่างดี กินไปแล้วรู้สึกสดชื่นเหมือนได้อยู่ริมน้ำตกอย่างนั้น ๕๕๕)


credit by :  http://www.hungryfatguy.com/2012/10/signature-coffee/

Read More...


"ตงฟง" ไอเดียเก๋พุ่งเป้าลูกค้า SMEs ส่งรถกระบะแฮมเบอร์เกอร์ เจาะกลุ่มธุรกิจ Food Truck

หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้า ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้มีความกังวลว่า งานมอเตอร์ เอ็กซโป Motor Expo ปีนี้ อาจจะไม่คึกคัก บวกกับค่ายรถยนต์ในบ้านเราที่ปล่อยรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาน้อย ทำให้กำลังซื้อรถน่าจะลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในห้วงนี้ ถือเป็นจุดที่ใครพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้มากที่สุด ตลาดก็จะกลับมาอยู่ในมือได้ ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ จึงขอพาไปดูตลาดรถกลุ่มที่มีความพยายามต่อยอดไปยังธุรกิจ SMEs




หลายคน ที่ไม่ใช่นักเล่นรถ อาจไม่คุ้นชื่อ "ตงฟง" สักเท่าไร ตงฟงเป็นรถยนต์ที่มีฐานการผลิตหลักอยู่ในประเทศจีน ส่งออกมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มียอดขายเป็นอันดับสามในประเทศจีน(รวมรถนั่งส่วนบุคคลด้วย) ตงฟงเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 5 ปีก่อน โดยจำหน่ายรถกระบะบรรทุกขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีศูนย์บริการ 45 แห่งทั่วประเทศ

กลุ่มลูกค้าตงฟงส่วนใหญ่นำรถไปดัดแปลงประกอบเป็นธุรกิจที่หลากหลายต่างกันไป เช่น รถขายชานมไข่มุก พิซซ่า ไอศกรีม และ อาหารฟาสฟู้ดต่างๆ

สืบสกุล ตุงคะเศวต
ที่ปรึกษาฝ่ายขายเล่าให้ฟังว่า "เรามีทีมงานดีไซน์ไว้รองรับความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ ลูกค้ามีไอเดียหรือความต้องการในการประกอบธุรกิจอะไร ก็สามารถนำมาเสนอเรา แล้วเราก็จะออกแบบให้ ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ ที่ใช้ภายในรถ เราก็มีบริษัทที่ดีลกับเราอยู่สามารถแนะนำให้ลูกค้าได้" เรียกได้ว่าทีมงานดีไซน์นี่เองที่เป็นจุดขายในการแข่งขันกับค่ายรถกระบะบรรทุกชนาดใหญ่ค่ายอื่นๆ



อุปสรรคสำคัญคือการที่เป็นรถยนต์สัญชาติจีนอย่างที่เราทราบกันว่าสินค้าที่มาจากจีนไม่ค่อยจะถูกจริตกับคนไทยมากนักนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ตงฟงต้องตีให้แตกหากคิดจะเจาะตลาดในบ้านเราแต่ถ้ามองอีกมุมในยุคที่ธุรกิจขนาดเล็กSMEs อยู่ในความสนใจของสังคม นักธุรกิจ ผู้ประกอบการดังๆทั่วโลกต่างก็เคยประสบความสำเร็จจากเอสเอ็มอีกันมาแล้ว โดยเฉพาะผ่านการขายไอเดีย

ดังนั้น ตลาดรถขายอาหารของตงฟงก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งที่ทำได้ในอนาคต

credit by : 
http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1417612507

Read More...


6 ร้านอาหาร บนรถตู้สไตล์เก๋ ตามท้องถนนในกรุงเทพ


แนะนำร้านอาหารบรรยากาศดี อาหารอร่อยมาก็เยอะ วันนี้ EDTguide ขอพาไปเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทานอาหารตามข้างถนน ที่เปิดร้านอาหารด้วยรถตู้เก๋ๆ พร้อมอาหารอร่อยแบบชนิดที่ว่าเทียบกับร้านอาหารหรูๆ ได้เลย...อย่ามัวช้า ไปพิสูจน์ความ อร่อยกันเลย!!  

1.Mother Trucker BKK ซอยรามบุตรี
 


มาร์เทอร์ทัคเกอร์บีเคเค (Mother Trucker BKK) เป็นรถเคลื่อนที่จำหน่ายเบอร์เกอร์ จุดจอดรถประจำอยู่ที่ถนนไกรสีห์ บางลำภู ข้างอาคารจอดรถ กทม. หรือบางวันจะจอดตามงาน E-Vent ต่างๆ หากจะไปทานกรุณาโทรสอบถามก่อนทุกครั้ง คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ทำวันต่อวัน

ที่อยู่ : ซอยรามบุตรี ถนนไกรสีห์ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ Mother Trucker BKK : 0851213767 , 0825965222
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 19.00 - 01.30 น.
ขอบคุณภาพจาก :  https://www.facebook.com/MotherTruckerBKK 

2.Pizza Aroy ถนนศรีวรา




พิซซ่าอร่อย (Pizza Aroy) (พิซซ่ารถกระบะ) ตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 94 (ซอยทาวน์อินทาวน์) ใกล้ทาวน์อินทาวน์เพลส เป็นร้านพิซซ่าที่จำหน่ายบนรถกระบะเจ้าแรกในประเทศไทย มีหน้าให้เลือกหลากหลายกว่า 20 หน้า

ที่อยู่ : ถนนศรีวรา แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ Pizza Aroy : 0817526368
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์
ขอบคุณภาพจาก  : www.facebook.com/Pizza.Aroy

3.Summer Street อารีย์ 2




Summer Street เป็นร้านอาหารสไตล์ Truck กุ้งแม่น้ำตัวโต ปลาหมึก หอยนางรม หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ เป็นต้น กินกับ ชุดผัก (100 บาท) จำหน่ายอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว เครื่องดื่มประเภทเบียร์ในซอยอารีย์ 2 โดยปิ้งย่างด้วยตนเอง ที่ตั้งอยู่ริมถนนบรรยากาศสบายๆ เครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์จำหน่ายหลัง 17.00 น. ส่วนอาหารซีฟู้ดเริ่ม 16.00 - 22.00 น.

ที่อยู่ : ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 14.00 - 23.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์
ขอบคุณภาพจาก  : https://www.facebook.com/pages/SummerStreet/1615933711964393  - See more at: http://eat.edtguide.com/424664_Summer-Street#sthash.MQMBB6xd.dpuf

4.Orn The Road Burger ทองหล่อ 11



ออนเดอะโร๊ดเบอร์เกอร์ (Orn The Road Burger) ตั้งอยู่ทองหล่อ 11 (ตรงข้าม The Glass ทองหล่อ) ตัวรถจะสีส้มเห้นได้ชัดเจน เบอร์เกอร์ของที่นี่ใช้วัตถุชั้นเยี่ยมเพื่อมาบริการให้กับลูกค้า แถมราคาก็สบายกระเป๋าอกต่างหาก

ที่อยู่ : ถนนทองหล่อ 11 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ Orn The Road Burger : 0956280416
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดอังคาร - เสาร์ เวลา 18.00 - 24.00 น. หยุดอาทิตย์ - จันทร์
ขอบคุณภาพจาก  : https://www.facebook.com/orntheroadbkk 

 5.Daniel Thaiger สุขุมวิท 38



ร้านเบอร์เกอร์ แดนเนียลไทยเกอร์ (Daniel Thaiger) ตั้งอยู่บริเวณซอยสุขุมวิท 38 ลักษณะร้านเป็นรถกระบะ ซึ่งร้านจะมีทั้งเบอร์เกอร์หมูและเนื้อ ทำกันสดๆให้เห็นกันจะๆ เบอร์กอร์เนื้อรสชาติเข้มข้นไม่หวงเครื่องปรุง ขนมปังหอมอร่อย แถมชั้นชีสก็รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟร้อนๆ อร่อยถึงใจ

ที่อยู่ :
ซอยสุขุมวิท 38 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ Daniel Thaiger : 0845490995
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 17.30 - 22.30 น.
ขอบคุณภาพจาก  : www.facebook.com/DanielThaiger 

6.Kofuku เดอะซีนทาวน์อินทาวน์



Kofuku รถบรรทุกขนาดเล็กที่ดีไซน์เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ตั้งอยู่หน้าเดอะซีน ทาวน์อินทาวน์ มีเคาน์เตอร์ให้นั่งด้านข้างและหลัง ราคาไม่แพง บรรยากาศชิลล์ๆ

ที่อยู่ : ถนนศรีวรา แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ Kofuku เดอะซีนทาวน์อินทาวน์ : 0897667758 , 0865162768
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 18.30 - 01.00 น.
ขอบคุณภาพจาก  : www.facebook.com/kofuku.japanese.sandwich

credit by :  http://eat.edtguide.com/424975_6-ร้านอาหาร-บนรถตู้สไตล์เก๋-กรุงเทพ

Read More...


“Cha-R-MO” เปิดแฟรนไชส์ ขายชา บนรถ

ชา-อา-โม ซึ่งเป็นการนำชาโบราณ มาผสมกับครีมเหลวของอังกฤษ ใช้คอฟฟี่เมตชนิดไม่มีคอเลสเตอรอล และผงมัตฉะของญี่ปุ่น ส่วนน้ำตาลจะใช้แบบไม่ขัดขาว ชารายการที่ 2 คือ ชานมไต้หวัน ซึ่งจะใช้ชา 3 ชนิดผสมกัน แล้วปรุงรสด้วยน้ำเชื่อมฟรักโตส ต่อมาคือ ชามะลิ โดยมีชาเขียวจากจังหวัดเชียงราย ชาขาวจากไต้หวัน และมะลิอบแห้ง มาผสมเข้าด้วยกัน”


          แรกเห็นรถมินิทรักคันเล็กกะทัดรัดที่ ถูกตกแต่งติดสติ๊กเกอร์โดดเด่นด้วยโทนหลักส้มสดใส จึงเกิดอาการเข้าตา จนต้องขอเข้าไปเยี่ยมเยือนใกล้ๆ ด้วยเพราะเป็นรถที่นำมาตกแต่งเพื่อการค้าขายภายใต้สินค้าชานมไข่มุก ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Cha-R-MO” (ชา-อา-โม)

         เห็นรูปแบบการค้าขาย กอปรกับลิ้มรสชาแล้วถึงกับต้องขอเข้าไปพูดคุยกับ คุณธมลวรรณ โสธร หรือ คุณโม ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจ

         ซึ่งเมื่อได้คุยต้องบอกว่าเรื่องราวของ Cha-R-MO น่าสนใจ จนต้องนำเรื่องมาเล่าไว้ใน “รายงานพิเศษ” ฉบับนี้

จากคนชอบดื่มชากลายมาเป็นคนขาย
        คุณธมลวรรณ เปิดบทสนทนา ด้วยคำพูดที่ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อว่า ผู้หญิงท่าทางกระฉับกระเฉงคนนี้จะเข้าใกล้วัยเกษียณแล้ว ซึ่งกับการเดินสู่เส้นทางสายอิสระก็เพื่อไว้รองรับในวันต้องผละจากงานประจำ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งฝ่ายขาย และเป็นอาจารย์บรรยายด้านการขาย ในบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ซึ่งรวมประสบการณ์ทำงาน จนถึงวันนี้ 20 ปีแล้ว

        จากประสบการณ์การทำงาน ได้พบเจอกลุ่มคนหลากหลาย ทำให้คุณธมลวรรณเป็นต่อเรื่องการตลาด รู้ช่องทางเข้าถึงลูกค้า และนี่จึงเป็นที่มาให้เลือกสร้างอาชีพบนหนทางอิสระ

       

         ส่วนสินค้านำมาจำหน่ายควรจะเป็นอะไรนั้น คุณธมลวรรณไม่ได้มองแต่เพียงเห็นโอกาสทางการตลาด แต่ควรทำในสิ่งที่รัก

        “ตัวเองเป็นคนชอบดื่มชามาก และมีโอกาสเดินทางไปหลายๆ ประเทศ ทำให้รู้ว่าชาแต่ละแห่งมีรสชาติและความโดดเด่นอย่างไร ซึ่งถ้าย้อนไปประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ชานมไข่มุกจากประเทศไต้หวัน เข้ามาในประเทศไทย และได้รับความนิยมมาก ตอนนั้นเราก็เป็นแค่คนดื่มชา เห็นว่าบางยี่ห้อชาอร่อยมาก แต่ตัวมุกแข็งไป ร่วนไป บางยี่ห้อมุกอร่อย แต่ตัวชาหวานเกินไป ซึ่งถ้าจะบอกให้เขาปรับเปลี่ยนคงเป็นไปไม่ได้ เพราะนั่นคือสูตรของเขา จึงต้องปล่อยผ่านไป”

        แต่ด้วยเป็นนักชิมชา และอยากได้ชารสถูกใจ จึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นทำกินเองดีกว่า แต่ปัญหาคือ ทำอย่างไร

        อินเตอร์เน็ต จึงถูกเปิดเพื่อค้นหาข้อมูลกระบวนการทำ แต่แล้วก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะรสไม่ผ่าน
หาความรู้ ใส่วิชาเปิดหน้าร้านบนรถ

      

       เพียงแค่คิดทำกินคงไม่ใช่คุณธมลวรรณ กับการสานสู่อาชีพอิสระจึงเริ่มต้นขึ้น โดยได้ชักชวน คุณพัชราภรณ์ คันธารักษ์ หรือ คุณเก๋ เข้าร่วมหัวจมท้าย

         ด้านองค์ความรู้นำมาสู่สูตร “ได้มีโอกาสเดินทางไปชมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และในงานนั้นก็มีผู้ประกอบการค้าขายชาจากหลายๆ ประเทศ นำผลิตภัณฑ์มาร่วมออกงาน ถ้าพูดถึงชานมไข่มุกต้นตำรับคือไต้หวัน ซึ่งในวันนั้นเดินทางมากว่า 10 บู๊ธ แต่มีอยู่แบรนด์หนึ่งที่เปิดตัวในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเราสนใจจึงเข้าไปติดต่อ แต่ด้วยติดตรงเงื่อนไข จึงไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์ แต่เลือกที่จะเรียนรู้วิธีทำชาจากเขา ซึ่งก็ใช้เงินไปหลายหมื่นบาท”

         รสชาติชาไต้หวันขนานแท้ คนไทยลิ้มรสแล้วอาจไม่ถูกปากเพราะค่อนข้างจืด ด้วยเหตุนี้ ว่าที่สองผู้ประกอบการจึงขอความรู้จากอาจารย์ด้านฟู้ดไซน์ท่านหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำในด้านส่วนผสมนำมาปรุงให้ได้รสกลมกล่อม

         แม้รสชาติชาจะออกมาดีในมุมมองของผู้ปรุง แต่ทว่าถ้าจะทำออกจำหน่าย ความเห็นของผู้บริโภคส่วนใหญ่น่าจะตอบได้ว่า สินค้ามีทิศทางเดินได้ในท้องตลาดหรือไม่ ฉะนั้น คุณธมลวรรณจึงผลิตออกมาให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสราว 100 คน จากนั้นนำคำติชมไปปรับปรุงพัฒนา จนกระทั่งก่อเกิดเป็น Cha-R-MO

         “ใช้เวลาพัฒนาสูตรประมาณ 3 เดือน จนกระทั่งลงตัว ก็มาสู่ กระบวนการคิดถึงช่องทางตลาด ซึ่งถ้าว่ากันด้วยพื้นที่จำหน่าย ในห้างสรรพสินค้าก็จะมีแบรนด์ใหญ่อยู่ก่อนแล้ว และเราในฐานะน้องใหม่ คงไม่อาจเข้าไปสู้กับเขาได้ ทั้งค่าเช่าพื้นที่ก็สูงมาก หรือถ้าจะต้องรอเวลา ก็ต้องบอกว่าคงไม่ได้ เพราะอายุของเราใกล้เกษียณแล้ว จึงต้องหาวิธีเข้าถึงลูกค้าให้เร็ว”

        

          จวบจนได้มีโอกาสเดินทางไปชมงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับ เอสเอ็มอีอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้สองผู้ประกอบการได้รู้จักกับรถมินิทรัก ภายใต้แบรนด์ DFSK ของ บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

          “เห็นว่าราคาไม่แพง และทำมาเพื่อเอสเอ็มอี เพื่อการค้าขาย มีการประกอบโครงหลังคาให้ ถ้านำรถมาติดสติ๊กเกอร์ ตกแต่งใส่สีสันสวยสะดุดตา ก็น่าจะเป็นช่องทางจำหน่ายที่ดี สามารถสร้างความแปลกใหม่ให้กับร้านขายชานมไข่มุกด้วย”

ได้รถเปิดหน้าร้านจุดเด่นดึงดูดลูกค้า

            เมื่อได้รถเป็นหน้าร้าน มาถึงกระบวนการตั้งชื่อแบรนด์สินค้า “เวลา หลานๆ หรือลูกของเพื่อนๆ มาที่บ้าน หรือได้เจอะเจอกัน เขาจะบอกว่า อาโมชงเครื่องดื่มอย่างโน้นอย่างนี้ให้กินหน่อย ตรงนี้จึงได้ชื่อแบรนด์ออกมาว่า ชา-อา-โม ซึ่งฟังดูแล้วมีความเป็นสากลด้วย และเราก็มองไปถึงตัวมาสคอตสัญลักษณ์สำคัญ ก็เลยเลือกเป็นรูปการ์ตูนผู้หญิงที่สื่อถึงคุณเก๋ หุ้นส่วนของ ชา-อา-โม ส่วนโลโก้จะมี 3 สี คือ ส้ม ซึ่งสื่อถึงชาโบราณ ที่คนไทยรู้จักดี สีเขียวมาจากใบชา และสีขาวมาจากความสะอาดบริสุทธิ์ของน้ำที่นำมาผลิต”

          

           เมื่อคิดทุกอย่างลงตัวแล้ว จึงจัดจ้างดำเนินการตกแต่งตัวรถ ให้เกิดความโดดเด่นสะดุดตา “ตัวรถนั้นเดิมทีทางบริษัทผู้จำหน่ายจะทำหลังคาไว้ที่ความสูง 1.60 เมตร เราก็ขยายความสูงไปที่ 1.80 เมตร เพราะหากคนขายเป็นผู้ชายจะได้ลุกยืนสะดวก ส่วนด้านข้าง 3 ด้านติดตั้งเคาน์เตอร์เพื่อวางอุปกรณ์และวัตถุดิบ เวลาหยิบใช้ได้สะดวก”

           การขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ คือจุดประสงค์ที่ Cha-R-MO ตั้งไว้ตั้งแต่แรกเริ่มธุรกิจ ฉะนั้น ในส่วนของวัตถุดิบต้องรองรับได้อย่างพอเพียง อีกทั้งในด้านอุปกรณ์การขายก็มีให้พร้อม แต่กระนั้นในส่วนของทำเล ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จะทำการค้า แต่ทั้ง 2 ผู้ประกอบการแนะนำว่า ทำเลที่ดีนั้นควรอยู่ในย่านชุมชน ใกล้หน่วยงานราชการ-เอกชน โรงพยาบาล สถานที่พักอาศัย อย่างหอพัก เป็นต้น และอีกหนึ่งทำเลที่ Cha-R-MO พิสูจน์แล้วว่าตอบโจทย์ คือ อยู่ใกล้ หรือในสถานศึกษา

         “โรงเรียน เป็นทำเลที่ดีมาก เวลาขายก็ ชัดเจน คือ เช้า กลางวัน และเย็น อย่างถ้าโรงเรียนไหนมีนักเรียนประมาณ 3,000 คน แค่มาซื้อสัก 10 เปอร์เซ็นต์ ก็อยู่ได้แล้ว ส่วนถ้าต้องมีค่าเช่าจะให้ดีน่าจะประมาณ 10,000 บาท ก็เท่ากับวันละ 300 บาท อาจมีค่าน้ำค่าไฟวันละ 100 บาท ค่าจ้างพนักงานวันละ 300 บาท บวกคอมมิสชั่นอีกประมาณ 100 บาท ซึ่งอาจให้เขาแก้วละ 50 สตางค์ รายจ่ายหลักๆ ก็ประมาณ 800 บาท”

ราคาขายเข้าถึงอากาศร้อนขายได้
         แม้ทำเลใกล้หรือในสถานศึกษาโอกาสขายมีมาให้เห็น แต่กระนั้นก็อาจมีคำถามตามมาว่า ช่วงปิดเทอมจะทำเช่นไร เพราะโอกาสขายได้แทบจะเป็นศูนย์ ทั้งนี้ คุณธมลวรรณได้แสดงทางออกไว้ว่า

               
          “ข้อดีของการค้าโดยมีหน้าร้านอยู่บนรถ คือ สามารถปรับเปลี่ยนทำเลขาย ไปยังที่ใหม่ๆ ได้ ซึ่งอย่างในช่วงปิดเทอม อาจเปลี่ยนทำเลไปอยู่ใกล้โรงเรียนสอนพิเศษแทน แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรติดต่อจับจองพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อย”

         จากกลุ่มเป้าหมายที่มองไว้ตั้งแต่วัยศึกษา ฉะนั้น การตั้งราคาขายจึงต้องมีความเป็นไปได้ในอำนาจซื้อ โดยกำหนดไว้กับชาทุกชนิดเมนูละ 30 บาท ขนาดแก้ว 22 ออนซ์ พร้อมไข่มุก

        ส่วนเมนูนั้นมีให้เลือกกว่า 10 เมนู “ชาที่ทำออกมาในตอนแรกๆ คือ ชา-อา-โม ซึ่งเป็นการนำชาโบราณ มาผสมกับครีมเหลวของอังกฤษ ใช้คอฟฟี่เมตชนิดไม่มีคอเลสเตอรอล และผงมัตฉะของญี่ปุ่น ส่วนน้ำตาลจะใช้แบบไม่ขัดขาว ชารายการที่ 2 คือ ชานมไต้หวัน ซึ่งจะใช้ชา 3 ชนิดผสมกัน แล้วปรุงรสด้วยน้ำเชื่อมฟรักโตส ต่อมาคือ ชามะลิ โดยมีชาเขียวจากจังหวัดเชียงราย ชาขาวจากไต้หวัน และมะลิอบแห้ง มาผสมเข้าด้วยกัน”

         แม้ Cha-R-MO จะเพิ่งเปิดตัวมายืนอยู่บนตลาดได้ประมาณ 2 เดือน แต่คุณธมลวรรณก็ภาคภูมิใจกับผลตอบรับที่บัดนี้มีสาขาทั้งที่เป็นของตนเอง และผู้สนใจนำไปสานสร้างธุรกิจรวมแล้ว 5 แห่ง และในวันนี้ได้จับจองรถมินิทรักเพิ่ม 6 คัน โดยเป็นของผู้สนใจซื้อสิทธิ์นำไปประกอบธุรกิจ 2 ราย และอีก 4 คันนั้น สองผู้ประกอบการจะนำไปจอดขายในทำเลที่หมายมั่นไว้

       

       “20 สาขา คือเป้าหมายปลายปี 2557 โดยตอนนี้มีผู้สนใจนำไปเปิดขายที่สุราษฎร์ธานี ซึ่งใน เรื่องการขนส่งวัตถุดิบไม่มีปัญหา เพราะใช้บริการบริษัทขนส่ง ส่วนในกรุงเทพฯ ก็จะมีพนักงานส่งสินค้าให้ ซึ่งเรามองว่าธุรกิจชายังเดินได้ในตลาด เหตุผลคือ เมืองไทยเป็นเมืองร้อน คนชอบดื่มเครื่องดื่มเย็น ประการที่สองคือด้วยรสชาติความหวานหอม หรือถ้าไม่ต้องการชานม แต่อยากดับกระหายคลายร้อน เราก็มีบริการชาสมุนไพร ชาผลไม้ ไว้เป็นทางเลือก”

เริ่มต้นกับอุปสรรคถ้าผ่านได้ ก็ไปรอด
         ทั้งนี้ คุณธมลวรรณ ยังกล่าวต่ออีกว่า หากลูกค้าท่านใดไม่ประสงค์จะเปิดหน้าร้านโดยใช้รถ เพราะอาจมีพื้นที่เป็นห้องค้าของตนเองอยู่แล้ว หรือต้องการเพียงแค่คีออสขนาดพอเหมาะ ก็มีรูปแบบไว้ให้บริการ เช่นกัน หรือหากต้องการนำสินค้าอื่นใดมาเพิ่มยอดขาย หรือต่อยอดธุรกิจเดิม ก็สามารถทำได้

         

        ถามถึงอุปสรรคปัญหากับการทำธุรกิจนี้ คุณธมลวรรณ เล่าให้ฟังว่า “ชา-อา-โม เปิดตัวออกสู่ตลาดในเดือนกันยายน ซึ่งก็มีเสียงคัดค้านหนาหู เพราะเป็นช่วงฤดูฝน นี่คืออุปสรรคของการค้าขาย แต่เราก็ตัดสินใจลงมือทำ ด้วยเหตุผลที่ว่า เจอปัญหาให้หนักๆ ในตอนแรก จะได้รู้ไปเลยว่าอยู่ได้หรือไม่ แต่การตัดสินใจก็อยู่บนพื้นฐานที่เราเข้าใจว่า ยังไงฝนก็ไม่ตกวันละ 8 ชั่วโมง ต้องมีช่วงที่ฝนหยุด พอหยุดก็คิดว่าต้องฉกฉวยโอกาส แต่ปรากฏว่าสัปดาห์แรกเราท้อมาก คิดเลยว่าเคยทำงานได้เงินเดือนเป็นแสน แล้วมาขายชาแก้วละ 30 บาท ขายก็ไม่ดี เลิกแล้วขายรถดีมั้ย ไอ้ที่ขาดทุนก็ช่างมัน”

         แต่สุดท้าย คุณธมลวรรณก็กลับมาทบทวนว่า จุดประสงค์ของการก้าวเดินสู่อาชีพนี้คืออะไร “นี่คืออาชีพที่เราหวังไว้รองรับหลังเกษียณ และอีกประการหนึ่งคือเพื่อจะได้ตกทอดสู่ลูกหลานได้สานต่อ ให้เขาได้มีทางทำกิน ให้เขาได้เรียนรู้และเข้าใจคุณค่าของเงิน”

         ฉะนั้น Cha-R-MO จึงไม่ถูกพับเก็บ แต่ยังคงเปิดดำเนินธุรกิจ และจนล่วงสู่สัปดาห์ที่ 2 ทั้ง 2 ผู้ประกอบการก็เริ่มยิ้มได้ เพราะสินค้าเข้าไปอยู่ในใจผู้ซื้อ

         หากศึกษารายละเอียดแล้ว ผู้สนใจท่านใดต้องการก้าวสู่เส้นทางสายนี้ คุณธมลวรรณ กล่าวถึงการลงทุนไว้หลักๆ คือ ค่าจับจองรถกับบริษัทผู้จัดจำหน่าย ซึ่งค่าดาวน์รถประมาณ 50,000-60,000 บาท นอกจากนั้นในส่วนของค่าใช้จ่ายแฟรนไชส์ Cha-R-MO อยู่ที่ 200,000 บาท โดยสิ่งที่จะได้รับหลังจับจอง อาทิ การตกแต่งบนตัวรถ ป้ายแสดงรายการสินค้า ป้ายเมนูขนาดเล็ก 2,000 ใบ กระดานดำ ชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาดกะทัดรัด อุปกรณ์การขาย อาทิ กระติกน้ำร้อน เครื่องซีลออโตเมติกระบบนับแก้ว กระติกเก็บความร้อนความเย็นได้ 12 ชั่วโมง โถใส่เครื่องปรุงและท็อปปิ้ง ถังน้ำแข็ง และรวมไปถึงสินค้าพร้อมจำหน่าย 1,000 แก้ว

          นอกจากนั้น ยังสอนกระบวนการชงชา แบบไม่ปิดบัง และทำการตลาดให้ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับทำเล อีกทั้งยังมอบสิทธิพิเศษให้กับแฟรนไชซี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดขาย

          และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างบนเส้นทางสายอิสระ ที่เลือกรถมาเป็นหน้าร้าน กับ Cha-R-MO

          

          สนใจติดต่อ Cha-R-MO ตั้งอยู่ เลขที่ 98/231 หมู่ 1 หมู่บ้านเดอะทรัสต์ทาวน์ ราชพฤกษ์ ตำบลอ้อมเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทรศัพท์ (081) 833-4877

credit by :  http://www.sentangsedtee.com/news_detail.php?rich_id=1277&section=14&column_id=46

Read More...


UberCARGO บริการรถตู้รับ-ส่งพัสดุโดย Uber

Uber เพิ่มบริการด้านรถยนต์แบบใหม่ UberCARGO เป็นการจัดหารถตู้ผ่านแอพเพื่อใช้สำหรับรับ-ส่งพัสดุ ประเดิมให้บริการที่แรกในฮ่องกง

ผู้ใช้บริการ UberCARGO สามารถเรียกรถตู้ให้มารับพัสดุเพื่อนำไปส่งยังสถานที่และติดตามสถานะการนำ ส่งของได้จากแอพของ Uber หรือจะเลือกโดยสารรถไปพร้อมกับพัสดุเหล่านั้นก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้สามารถขอให้คนขับของ UberCARGO ช่วยขนย้ายพัสดุได้ด้วย โดยค่าบริการของ UberCARGO นั้นจะมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 20 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 85 บาท) บวกกับค่าบริการเก็บตามระยะทางกิโลเมตรละ 4.50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 20 บาท) และ/หรือ ตามเวลาที่ใช้บริการนาทีละ 1.60 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 7 บาท)

การเปิดบริการเรียกรถตู้เพื่อรับ-ส่งพัสดุในฮ่องกงนี้เท่ากับว่า UberCARGO จะเข้าไปแข่งขันกับ EasyVan ที่ให้บริการแบบเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว โดยเจ้าตลาดเดิมอย่าง EasyVan นั้นมีการขยายบริการมายังสิงคโปร์ และเริ่มเข้ามาให้บริการในไทยด้วยชื่อ lalaMove เมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ที่มา - The Next Web


credit by : https://www.blognone.com/node/64572

Read More...


รถตู้กาแฟ ‘โยเกิร์ต คอฟฟี่’ ตระเวนเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไทย


       จากผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงโรงแรมกลับหันเห ชีวิตออกมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟเคลื่อนที่ พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมทั่วประเทศไทย ด้วยรถตู้ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นร้านกาแฟ ที่สองสามีภรรยาสามารถทำงานด้วยกันทุกหนทุกแห่งทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข ยิ่งขึ้น หลังหันหลังให้กับชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ทำมานานร่วม 16 ปี
 
รถตู้กาแฟ ‘โยเกิร์ต คอฟฟี่’ ตระเวนเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไทย

        ประสบการณ์ชีวิตดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน ที่ลาออกจากงานที่มีรายได้แน่นอน มาเป็นเจ้าของร้านกาแฟบนรถตู้ ที่ชื่อว่า “โยเกิร์ต คอฟฟี่(Yoghurt Coffee) หวัง เพียงต้องการชีวิตอิสระทั้งความอิสระด้านความคิด และการทำงาน ของ "นายสุเมธ แจ้งประจักษ์" เจ้าของธุรกิจ ที่เห็นโอกาสทางธุรกิจด้วยการขายเครื่องดื่มนานาชนิดบนรถตู้ ที่นายสุเมธเป็นผู้ออกแบบเองทั้งหมด ซึ่งในช่วงแรกรถตู้คันนี้ได้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในสำหรับการขาย ก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ญาติมาขอให้ช่วยออกแบบให้ แต่เมื่อออกแบบรถเสร็จเรียบร้อย ทางญาติก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวสักที ทำให้นายสุเมธคิดอยากทำธุรกิจของตัวเอง บนรถตู้คันนี้เอง แต่หากจะให้มาขายก๋วยเตี๋ยว คงจะไม่ใช่งานที่ตนเองถนัดนัก จากความยุ่งยากในการเตรียมอุปกรณ์ และการเตรียมวัตถุดิบ ซึ่งถ้าปรับเปลี่ยนรถตู้ให้เป็นร้านขายเครื่องดื่มน่าจะมีความเป็นไปได้ มากกว่า เพราะจากประสบการณ์ที่เคยทำงานในโรงแรม และสนามกอล์ฟชั้นนำของไทย ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเครื่องดื่ม ทำให้มีทักษะพื้นฐานในการผสมเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิด 

 รถตู้กาแฟ ‘โยเกิร์ต คอฟฟี่’ ตระเวนเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไทย

       “จากข้อจำกัดในเรื่องค่าเช่าพื้นที่ หรือสถานที่ในการดำเนินธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ผมคิดว่าบางครั้งก็เป็นอุปสรรคหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคน ไม่กล้าลาออกจากงานประจำ เพราะเกรงว่ากำไรที่ได้จาการขายของจะไม่คุ้มค่ากับค่าเช่าที่ ซึ่งอุปสรรคนี้ผมก็เคยกังวลเช่นกัน จนกระทั่งได้โจทย์จากญาติที่ให้ออกแบบรถตู้สำหรับเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ทำให้เห็นโอกาสทางธุรกิจจากการใช้รถตู้เป็นหน้าร้าน โดยสามารถขับรถตู้ไปจอดที่ไหนก็ได้ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเรื่องที่จอดรถก็ไม่สูงมาก หากเทียบกับการไปเช่าพื้นที่เป็นหน้าร้านถาวร”

รถตู้กาแฟ ‘โยเกิร์ต คอฟฟี่’ ตระเวนเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไทย

        เมื่อนายสุเมธ ตัดสินใจที่จะเปิดร้านขายเครื่องดื่มบนรถตู้ พร้อมกับดัดแปลงรูปลักษณ์ภายในรถตู้ให้เหมาะกับการขายเครื่องดื่ม โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 300,000 บาท ประเดิมขายเครื่องดื่มครั้งแรกในงานการจุดพลุในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ณ เมืองทองธานี โดยไม่เสียค่าที่จอดรถ ปรากฏว่าขายดีมาก ลูกค้าสนใจร้านขายเครื่องดื่มที่อยู่บนรถตู้เป็นจำนวนมาก ต่อมาก็ลูกค้าติดต่อให้ไปออกงาน หรือไปขายที่หน้าห้างสรรพสินค้าตามต่างจังหวัด หวังให้ไปสร้างสีสัน ดึงดูดผู้คนให้มาจับจ่ายใช้สอย เช่น ห้างแหลมทอง จ.ระยอง, งานวัดพระธาตุ จ.นครศรีธรรมราช, มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช หรือแม้กระทั่งงานประจำปีของแต่ละจังหวัดที่เป็นงานยิ่งใหญ่แห่งปี โดยเกณฑ์ในการคัดเลือกสถานที่ ก่อนที่จะขับรถไปขายเครื่องดื่มนั้น นายสุเมธจะดูจากประเภทของงานที่จัดขึ้น และกลุ่มคนที่มาเที่ยวชมงาน ซึ่งสถานที่นั้นจะต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยว คนมีกำลังซื้อระดับหนึ่ง แม้ว่าเครื่องดื่มของทางโยเกิร์ต คอฟฟี่ จะไม่ได้ตั้งราคาขายไว้สูงก็ตาม คือ ราคาเริ่มต้นที่ 15-45 เท่านั้น 

รถตู้กาแฟ ‘โยเกิร์ต คอฟฟี่’ ตระเวนเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไทย

        สำหรับจุดเด่นในเรื่องรสชาติของเครื่องดื่ม นายสุเมธบอกว่า เป็นรสชาติที่ถูกปากคนไทยในยุคนี้ ที่คนส่วนใหญ่จะลดการรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวานจัดลง ทำให้เครื่องดื่มของทางร้าน จึงไม่เน้นที่ความหวาน หันไปเน้นที่ความหอมมัน จากการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ ทั้ง กาแฟ และชา รวมถึงน้ำผลไม้สำเร็จรูป ซึ่งข้อดีของการทำเครื่องดื่มไม่ให้มีรสชาติที่หวานเกินไปนั้น คือ ทำให้ลูกค้าสามารถรับประทานได้บ่อยครั้งขึ้น เพราะดื่มแล้วไม่เลี่ยน  

รถตู้กาแฟ ‘โยเกิร์ต คอฟฟี่’ ตระเวนเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไทย

       ปัจจุบันร้านโยเกิร์ต คอฟฟี่ เครื่องดื่มให้ลูกค้าได้เลือกสรรกว่า 10 เมนู โดยเมนูที่ทางร้านคิดขึ้นเอง เพื่อสร้างจุดขายและความแตกต่าง คือ “โยเกิร์ต คอฟฟี่ สเปเชียล” ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่าง กาแฟ คาราเมล และช็อคโกแลต ซึ่งลูกค้าที่ได้ลิ้มลองส่วนใหญ่จะกลับมาซื้ออีกในวันถัดไป
  
       โยเกิร์ต คอฟฟี่ ถือเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่มีหน้าร้านถาวร หรือไม่จอดขายประจำอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ดังนั้นลูกค้าที่สนใจไปลิ้มลองก็ต้องโทรสอบถามสถานที่ที่ชัดเจนได้ที่เบอร์ 08-1240-6163 ก่อนไปอุดหนุนอาชีพอดีตมนุษย์เงินเดือน
 

Read More...


“The Beer Moth” โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์


หนุ่มๆ ที่รักการท่องเที่ยวและผจญภัยในแบบลุยๆ แต่ก็ต้องการบรรยากาศแปลกใหม่ เบื่อกับการก่อไฟกางเต็นท์แล้ว ต้องถูกใจกับรูปแบบการค้างแรมที่เรานำมาฝาก “The Beer Moth” นี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับเบียร์ แต่เป็นชื่อสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสก็อตแลนด์ ที่นำเอารถบรรทุกโบราณ มาดัดแปลงเป็นโรงแรมกลางป่าได้อย่างกลมกลืน เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังคาวบอยยุคกลางยังไงยังงั้น

The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 2
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 2
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 3
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 4
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 5
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 6
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 7
The Beer Moth โรงแรมรถบรรทุกในสก็อตแลนด์ รูปที่ 8

credit by : http://men.mthai.com/men-around/35861.html

Read More...


“ตงฟง เยส!” เปลี่ยนรถบรรทุกเล็กเพื่อธุรกิจ ลีสซิ่งกสิกรไทยให้กู้


        ลีสซิ่งกสิกรไทยจับมือ ตงฟง มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถบรรทุกเล็กแดนมังกร เปิดตัวโครงการ “ตงฟง เยส!” (DFSK Yes!) บริการรับเทิร์นและจำหน่ายรถตงฟงมือสอง ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการได้ 300 คันใน 1 ปี มั่นใจตลาดรถบรรทุกเล็กยังโตอีกมาก
     
       นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันแม้ว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ของไทยในปีนี้จะชะลอตัวลง แต่ตลาดรถบรรทุกขนาดเล็ก (Mini Truck) ยังมีแนวโน้มที่ดีตามการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอี เนื่องจากเป็นรถราคาประหยัด มีขนาดเล็ก ต้นทุนการใช้งานที่ต่ำ มีความคล่องตัวเหมาะกับการใช้งานของเอสเอ็มอี
     
       ทั้งนี้ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด และบริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกขนาดเล็ก จึงร่วมเปิดโครงการ “ตงฟง เยส!” (DFSK Yes!) หวังช่วยลูกค้าที่ต้องการขายรถยนต์ตงฟงเก่าและแลกซื้อรถยนต์ตงฟงใหม่ หรือลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองที่มีการรับประกันคุณภาพโดย ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้รับซื้อรถเก่าโดยตรง จึงสามารถกำหนดราคารับซื้อรถเก่าด้วยราคาที่ยุติธรรม เหมาะสมตามสภาพรถ รวมทั้งการจำหน่ายรถยนต์ตงฟงมือสองที่ผ่านมาตรฐานตงฟงแล้วด้วย โดยลีสซิ่งกสิกรไทยจะสนับสนุนสินเชื่อเช่าซื้อแก่ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ตงฟง เยส!” ที่ต้องการซื้อรถยนต์ตงฟงทั้งมือหนึ่งและมือสองในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 


        นายพิทยา ธนาดํารงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าววว่า ตงฟง มอเตอร์ส ได้จับมือกับลีสซิ่งกสิกรไทยเดินหน้าเปิดโครงการรถมือสอง “ตงฟง เยส!” (DFSK Yes!) โดยรับเทิร์นและจำหน่ายรถตงฟงมือสองผ่านทางเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายรถตงฟง 50 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้โครงการนี้ ลูกค้าสามารถขายรถยนต์ตงฟงเก่าและแลกซื้อรถยนต์ตงฟงใหม่ หรือซื้อรถมือสองได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ตงฟงทั่วประเทศ โดยมีลีสซิ่งกสิกรไทยเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ตงฟงทั้งรถมือ หนึ่ง และมือสองด้วยเงื่อนไขที่พิเศษ โดยมีเป้าหมายในปี 2558 ที่ 300 คัน
     
       อย่างไรก็ตาม รถยนต์ตงฟงมือสองที่จะจำหน่ายเข้าสู่ตลาดทุกคันจะถูกส่งกลับไปปรับสภาพ และตรวจสอบคุณภาพใหม่หมดทุกคันที่โรงงานประกอบรถยนต์ของตงฟง เพื่อควบคุมมาตรฐานด้านคุณภาพให้ผู้บริโภคอุ่นใจ และมั่นใจกับรถยนต์ตงฟงได้ทั้งรถมือหนึ่ง และมือสอง และสำหรับรถยนต์ตงฟงมือสองทุกรุ่นจะมีการรับประกันคุณภาพ 1 ปีหรือ 20,000 กิโลเมตร ทางบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะทำให้ราคาขายรถมือสองของตงฟงมีความเหมาะสม สร้างความมั่นใจแก่ลูกค้ามากขึ้น และจะช่วยผลักดันทั้งยอดขายรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองควบคู่กัน


credit by :  http://www.manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000129760

Read More...


ตะลึ่งพี่จีน!! รถบรรทุกชาร์จแบต iPhone


ความจริงคือ iPhone ไม่สามารถถอดแบตเปลี่ยนเองได้

ปัจจุบัน มือถือหลายๆ รุ่นหลายๆยี่ห้อ ออกแบบมาไม่ให้สามารถถอดเปลี่ยนแบตภายนอกเองได้ ซึ่งก็มีหลายเหตุผล ทำให้ผู้ใช้ประสบปัญหากรณีที่ไม่สามารถหาที่ชาร์จแบตได้แบบกระทันหัน จึงเป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ เอาไว้ไอบัดดี้โฟนจะรวบรวมข้อมูลมาฝากว่า.. ทำไมมือถือบางค่ายไม่ทำให้ผู้ใช้สามารถแกะเปลี่ยนแบตเองได้... เรื่องนี้เอาไว้ก่อน  วันนี้เราจะพาตระเวณดูประเทศจีน...

รถบรรทุกชาร์จแบต iPhone

รถบรรทุกชาร์จแบต iPhone

รถบรรทุกชาร์จแบต iPhone


บ่ายวันนี้ (22เมย.) ที่ประเทศจีนได้ปรากฏรถบรรทุกสีเหลืองคันหนึ่ง ได้แล่นเข้ามาจอดที่บริเวณชุมชนแห่งหนึ่ง ทันใดที่ทีมงานลงมาเปิดประตูท้ายรถเท่านั้นแหละ ก็ปรากฏต้องพบกับตะลึ่ง ในความอลังการของ แท่นชาร์จไฟกว่า 2000 เครื่อง ที่ดีไซน์ออกแบบมาให้บริการแก่สาวก  iPhone ได้ชาร์จแบตกันอยู่อยู่เต็มคันรถ ทั้งนี้ข่าวไม่ได้บอกว่าการชาร์จไฟครั้งนี้ จะต้องเสียค่าบริการหรือเปล่า แต่งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อผู้คนแห่แหนเข้าไปมุงล้อมดูกันอย่างหนาตา จนกลายเป็นจีนมุงในที่สุด

Read More...




ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง


ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



traver-adviser




ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Blogger Tips and TricksLatest Tips And TricksBlogger Tricks
...

ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่ ร้านค้าแนวใหม่ ไม่ต้องเซ็งร้าน ใช้รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง ทำเป็นร้านขายกาแฟ,ร้านฟาสฟู๊ดแบบไทยๆ,ร้านข้าวแกงเคลื่อนที่,ขายกล้วยทอดติดล้อ,เมนูด่วนบนครัวเคลื่อนที่,เคลื่อนย้ายเลือกทำเลค้าขายได้,ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.